3 เทคนิคที่จะทำให้คุณชนะเมื่อ Call 3-Bet

ผลกระทบของการเล่น 3-Bet Pot จะมีผลอย่างมากต่อกำไรของคุณ

3 เทคนิคที่จะทำให้คุณชนะเมื่อ Call 3-Bet

(3-bet หมายถึงการเกครั้งที่ 3)

เรามาดูเทคนิคที่จะทำกำไรให้คุณหลังจาก Call 3-Bet กันเถอะ

1.Check-Raise With Draw

2.Bluffing with Small Pairs

3.Check-Raising to Protect Your Equity

(Equity หมายถึงโอกาสที่จะได้-เสีย

แต่ละเคล็ดลับเหล่านี้คือ Hand ที่เล่นใน Cash game ของ Fried Meuders. โดย Hand ทั้ง 3 ได้ถูกวิเคราห์และแชร์โดย Fried ซึ่งครอบคลุมการเล่น Out Position ใน Pot 3-Bet (Cutoff Vs Botton)

(Botton หมายถึงตำแหน่งที่จะได้เล่นเป็นคนสุดท้ายหลังจากเปิดไพ่กองกลางแล้ว)

(Cutoff หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ทางขวามือของ Botton)

(Out position หมายถึงตำแหน่งที่เสียเปรียบเวลาเล่น)

1.อย่าไปกลัวที่จะ Check-Raise Draws

ใน Hand นี้ Fried raise K♥T♥ จากตำแหน่ง cutoff แล้ว Botton 3-Bet กลับมา

Fried call แล้ว Flop มาเป็น Q♥J♣5♦ ทำให้เขามี Open-End Straight Draw (Open-End Staight หมายถึงการลุ้นไพ่เรียง 2 หน้า) คู่ต่อสู้ Bet ออกมา 25$ ใน Pot 75$ และ Fried ตัดสินใจที่จะ Check-Raise 3.5 เท่า

แต่ละเคล็ดลับเหล่านี้คือ Hand ที่เล่นใน Cash game ของ Fried Meuders. โดย Hand ทั้ง 3 ได้ถูกวิเคราห์และแชร์โดย Fried ซึ่งครอบคลุมการเล่น Out Position ใน Pot 3-Bet (Cutoff Vs Botton)

(Botton หมายถึงตำแหน่งที่จะได้เล่นเป็นคนสุดท้ายหลังจากเปิดไพ่กองกลางแล้ว)

(Cutoff หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ทางขวามือของ Botton)

(Out position หมายถึงตำแหน่งที่เสียเปรียบเวลาเล่น)

1.อย่าไปกลัวที่จะ Check-Raise Draws

ใน Hand นี้ Fried raise K♥T♥ จากตำแหน่ง cutoff แล้ว Botton 3-Bet กลับมา

Fried call แล้ว Flop มาเป็น Q♥J♣5♦ ทำให้เขามี Open-End Straight Draw (Open-End Staight หมายถึงการลุ้นไพ่เรียง 2 หน้า) คู่ต่อสู้ Bet ออกมา 25$ ใน Pot 75$ และ Fried ตัดสินใจที่จะ Check-Raise 3.5 เท่า

1

ในบอร์ดนี้ Fried บอกว่า การ Check-Raise ครั้งนี้ทำให้เขาสามารถมี 55,AQ หรือ QJs ได้

การ Check-Raise ตรงนี้จะทำให้คู่ต่อสู้ของคุณคิดหนักมาก เพราะเขาจะไม่รู้ว่าเรามีไพ่ที่แข็งแกร่งหรือเรา Bluff แต่ในทางกลับกันหากเรามี Hand ที่แข็งแกร่งจริงๆก็จะทำให้เราเสียกำไรไปเยอะ หากเขาไม่ Call

ความสมดุลเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อคุณเจอผู้เล่นหน้าเดิมๆทุกวัน นั่นเป็นเพราะว่าเขาจะจดจำ Action ของคุณจนบางทีเขาอาจจะจับทางคุณได้

(Ation หมายถึงวิธีการเล่น Check Call หรือ Fold)

จะทำยังไงหากคู่ต่อสู้ของเรา Re-raise กลับมา

ถ้าคู่ต่อสู้ของคุณตอบสนองโดยการ Re-Raise เพื่อให้เรา All-in (All-in หมายถึงการเกหมดหน้าตักหรือการเทหน้าตัก)

ถึงอย่างนั้นเราก็ยังจะสามารถมี hand ที่แข็งแกร่งได้อยู่

2.การตัดสินใจ Bluff ด้วยคู่ต่ำ

ยกตัวอย่าง Hand นี้

Fried raise 4♣4♥ที่ Cutoff แล้ว Botton 3Bet Fried call

Flop A♥7♣5♠ คู่ต่อสู้ Bet 25% Pot Fried Check-raise 4 เท่าของที่คู่ต่อสู้ Bet มา

2

หลังจากที่เราทำเหมือนมีไพ่ (55,77) Fried คิดหาไพ่ที่จะสามารถ Draws ตรงบอร์ด คือ

98, 86, 64, 43, 42, 32 แต่นั่นเป็นไปได้ยากมาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย (ยกเว้น 89s ที่อาจจะเป็นไปได้)

3.ใช้การ Check-Raise เพื่อปกป้องโอกาสชนะของเรา

บางครั้งที่เรามี hand ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แล้วถ้าเปิดไพ่ใบต่อไปอาจจะทำให้เรากลายเป็นไพ่ตามแทน ยกตัวอย่างเช่น

Fried raise ตรง cutoff T♥T♦ Botton 3-bet และ Fried call ด้วย T♥T♦

Botton C-bet 22$ Pot 78$ ตรง Flop

Flop 3♥2♥2♦

Fried คิดว่า Hand ที่มีอยู่ตอนนี้ค่อนข้างใหญ่ แต่ถ้า J Q K A เปิดออกมาจะทำให้ไพ่ของเขาอ่อนลงเยอะ เราจึงไม่ควร Slow play (Slow play หมายถึงการ check trap คู่ต่อสู้)

3

บทความแนะนำ

Floating the Flop คืออะไร

Floating the Flop คืออะไร Float เป็นหนึ่งในเทคนิคของผู้เล่นโป๊กเกอร์ระดับกลาง คือ การ call คู่แข่งที่กำลัง

ผู้เล่นประเภท Tight Aggressive (TAG)

Tight Aggressive หมายถึง ผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่ประเภท TAG อาจเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่คุณเคยพบเจอในโลกออนไลน์ ขั้นตอนแรกในการเรียนรู้วิธีจัดการกับผู้เล่นโป๊กเกอร์ประเภทนี้คือการเรียนรู้วิธีการรู้จักผู้เล่นโป๊กเกอร์ชนิดนี้ ผู้เล่นโป๊กเกอร์ TAG ไม่ได้เล่นหลาย Hand

Defending the Blinds

Defending the Blinds หากคุณอยู่ในตำแหน่ง blind ไม่ว่าจะเป็น small blind หรือ big